หน้าเว็บ

วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569

วิธีสร้างวิดีโอให้มีพื้นหลังเป็นดาวกระพริบ

 เทคนิคหรือวิธีสร้างวิดีโอให้มีพื้นหลังเป็นดาวกระพริบ (หรืออื่นๆ) แทรกบนวิดีโอ

  • เตรียมไฟล์ภาพ (สำหรับทำวิดีโอ) หรือไฟล์วิดีโอ
  • download วิดีโอพื้นหลังสวยๆจาก pixabay dot com หรือ pexels dot com
  • เปิดโปรแกรม Yu Video Editor โหลดวิดีต้นฉบับ และ วิดีโอที่โหลดมาใส่เป็นวิดีโซ้อนทับ
  •  Video Option ของ วิดีโอ (ดาวกระพริบ)
  • ตั้งเป็น ซ้อนทับ
  • ติ๊กถูกตรงลบส่วนสีดำออก
  • ลองกด Play ดู ถ้าพอใจแล้วกดบันทึก



Yu Video Editor (Freware)

version 0.973

วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2569

บันทึกการเปลี่ยนแปลงของโปรแกรม Yu Video Editor

Yu Video Editor version 0.97 (freeware)

  • ปรับปรุง effect shape/graphic สามารถสร้างภาพ graphic วาดทับลงวิดีโอหรือภาพหลักได้ทันทีหลังจากลากพื้นที่ที่ต้องการ (ใส่ค่โปรงใสได้ด้วย)
  • ซ้อนทับ (video,image) เพิ่ม option Scale
  • ปรับปรุงการตัดระยะเวลาของ วิดีโอ,เสียง ไม่เข้ารหัสใหม่ได้แม่นยำ ทำงานเร็ว
  • รูปแบบเสียง เพิ่ม option ปรับระดับเสียงอัตโนมัติ
  • เพิ่ม effect afade (เฟดเสียง)
  • ปรับปรุง effect light
  • ปรับปรุงประสิทธิภาพอื่นๆ

ลิงค์ download

https://drive.google.com/drive/u/0/folders/1L-Ebbc77ShE6mmZHHNvNxA7EMDy1pW3-

วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2569

โปรแกรม ตัดต่อตกแต่งวิดีโอ Yu Video Editor ของคนไทย

โปรแกรม รวมวิดีโอ ตัดต่อวิดีโอ และใส่ effect ได้ง่ายๆ

ใส่ซับไตเติ้ล รองรับฟอนต์ไทย, พิมพ์ข้อความไทยได้ ลากไฟล์ฟอนต์ที่ต้องการมาใส่ได้เลย สามารถทำภาพ slide show โดยนำหลายๆภาพมาต่อรวมกัน ใส่ effect สวยๆ และใส่เสียงเพลงเข้าไปได้ รองรับไฟล์หลายรูปแบบ ที่สำคัญ เป็น Freeware download ได้ลิงค์ด้านล่างนะครับ


แนะนำการใช้เบื้องต้น

  • เปิดไฟล์ หรือลากหลายไฟล์จาก Windows Explorer ใส่ช่อง Files สี่เหลี่ยมทางขวา
  • ไฟล์แรกถือเป็นไฟล์หลัก (ไฟล์ที่แสดงบนหน้าจอ)
  • แต่ละไฟล์ที่ลากเข้ามาจะถูกส่งลง Time line อัตโนมัติ (แต่กองทับกัน)
  • ดับเบิ้ลคลิกรายการไฟล์ที่อยู่บนแถบ Time line เพื่อเปิด option การทำงาน
  • หากต้องการใส่ Effect ให้ลากรายการ Effect ทางขวามาใส่บนปุ่มของไฟล์นั้นบน Time line

วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569

ffmpeg ฝังซับไตเติ้ลภาษาไทย

 จากตัวอย่างนี้  ไฟล์วิดีโอinput.mp4 ไม่มีเสียง

ffmpeg -y -hide_banner -i "input.mp4" -filter_complex "[0:v]subtitles=filename='C\:/temp/test.srt':force_style='FontName=TH Fah kwang,FontSize=22'[v1]" -map "[v1]" -c:v libx264 output.mp4

ถ้า ไฟล์วิดีโอinput.mp4 มีเสียง (1 แทร็คเสียง -map 0:1)

ffmpeg -y -hide_banner -i "input.mp4" -filter_complex "[0:v]subtitles=filename='C\:/temp/test.srt':force_style='FontName=TH Fah kwang,FontSize=22'[v1]" -map 0:1 c:a copy-map "[v1]" -c:v libx264 output.mp4

1. สีขาวนวล (Warm White) - มาตรฐานสูงสุดนิยมใช้มากที่สุดเพราะดูสบายตา ไม่สว่างจ้าจนแย่งซีนวิดีโอโค้ดสี: PrimaryColour=&HFFFFFF& [1]คำแนะนำ: ควรคู่กับขอบสีดำ (OutlineColour=&H000000&) และความหนาขอบ Outline=2 [1] เพื่อให้อ่านง่ายเมื่อเจอพื้นหลังสีขาว

2. สีเหลืองโรงภาพยนตร์ (Cinema Yellow) - สไตล์หนังเทศสีเหลืองโทนนี้ช่วยให้อ่านง่ายมากในฉากที่มืดหรือสว่างเกินไป นิยมใช้ในแผ่น DVD/Blu-ray และ Netflixโค้ดสี: PrimaryColour=&H00F0FF&

คำแนะนำ: จับคู่กับขอบสีดำสะท้อนอารมณ์แบบโรงภาพยนตร์คลาสสิก

วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

ffmpeg กับ เรื่อง วิดีโอบิตเรต

คำสั่ง -r และการจัดการบิตเรต (Bitrate) ใน ffmpeg ถือเป็นหัวใจสำคัญของการควบคุมขนาดไฟล์และความลื่นไหลของวิดีโอ เราจะใส่หรือไม่ใส่โปรแกรม ffmpeg ก็ยังทำงาน เพราะ จัดการให้อัตโนมัติ แต่หากเราต้องการควบคุมคุณภาพของวีดีโอ เราจำเป็นต้องรู้ว่า ffmpeg สั่งยังไง

การปรับบิตเรต (Video & Audio Bitrate)

แบบที่ ก: กำหนดบิตเรตคงที่ (CBR - Constant Bitrate)

วิธีนี้เหมาะกับตอนต้องการควบคุมขนาดไฟล์แบบเป๊ะๆ หรือใช้สำหรับการทำ Live Streaming โดยจะใช้โค้ด -b:v (สำหรับวิดีโอ) และ -b:a (สำหรับเสียง)

ffmpeg -i input.mp4 -b:v 2M -b:a 128k output.mp4

  • -b:v 2M : ตั้งค่าบิตเรตของวิดีโอไว้ที่ 2 Mbps
  • -b:a 128k : ตั้งค่าบิตเรตของเสียงไว้ที่ 128 kbps